การจัดการเรียนรู้ทางการศึกษา
( Knowledge Management )
ความรู้คือ
สิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษาเล่าเรียน
การค้นคว้าหรือประสบการณ์ รวมทั้ง ความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะ
ความเข้าใจหรือสารสนเทศที่ได้รับมา จากประสบการณ์ สิ่งที่ได้รับมาจากการ ได้ยิน
ได้ฟัง การคิดหรือการปฏิบัติ
การจัดการความรู้
เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน
ในการนำความรู้ที่มีอยู่มาสร้าง ขยายผล
แบ่งปัน จัดเก็บและใช้ให้เกิดประโยชน์อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
ไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ
ไม่มีสูตรตายตัว
ประเภทของความรู้
ที่มา : http://www.slideshare.net/guanteen99/kmpongsak1-presentation
1.ความรู้ที่มองเห็น
คือ ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดให้คนอื่นได้
2.ความรู้ที่มองไม่เห็น
คือ ความรู้ที่มีแต่ไม่สามารถถ่ายทอดให้คนอื่นรู้ได้
SECI Model
ที่มา :http://rattanasak.jigsawoffice.com/content/content.php?mid=2877&did=328&tid=1&catid=&0
เป็นการสร้างองค์ความรู้
ด้วยการขยายผลจากชนิดของความรู้คือ ความรู้ที่มีอยู่ในสมองคน (Tacit Knowledge) กับความรู้ที่สามารถหาได้จากสื่อภายนอก
(Explicit Knowledge) โมเดลดังกล่าวมีชื่อว่า “SECI-
Knowledge Conversion Process” ซึ่งมีกระบวนการดังนี้
1.Socialization
เป็นการถ่ายโอนความรู้โดยตรงระหว่างกลุ่มคนหรือบุคคล
โดยไม่ผ่านการเขียน เรียกว่า “ การเสวนาธรรม” กลุ่มคนที่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง
กลุ่มคนที่มาเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้กันนี้มักจะมีพื้นฐานความรู้ที่สอดคล้องกัน
2.
Externalization
เป็นการถ่ายโอนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในการสอนผ่านสื่อต่างๆ
จากประสบการณ์ในสมองของเขาออกมาสู่ภายนอกแก่ผู้อื่น
3. Combination
การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง
และมีการศึกษาเรียนรู้จากความรู้ภายนอก
ซึ่งแนวคิดจะมีความหลากหลายมากต้องสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงความรู้อันหลากหลายให้ได้
และถ่ายทอดความรู้ใหม่ๆให้กับองค์กรของตน
4. Internalization
การนำความรู้ใหม่มาลงมือปฏิบัติจริง
ผู้ปฏิบัติจะเกิดการเรียนรู้ให้เกิดเป็นความรู้ประสบการณ์และปัญญา
เป็นประสบการณ์อยู่ในสมองในเชิง Tacit Knowledge ต่อไป
โมเดลปลาทู
ที่มา : http://psu-mit13.com/1062/jl1062/2015-04-30-14-58-42/12-2015-05-01-17-29-45
โมเดลปลาทูมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ
ส่วนเป้าหมาย (หัวปลา) ส่วนกิจกรรม (ตัวปลา) และ ส่วนการจดบันทึก (หางปลา)
"หัวปลา" (Knowledge
Vision- KV) หมายถึง
ส่วนเป้าหมาย ได้แก่ ปณิธานความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของการจัดการความรู้
โดยก่อนที่จะทำจัดการความรู้ ต้องตอบให้ได้ว่า “เราจะทำ KM ไปเพื่ออะไร ?” โดย “หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “คุณกิจ” หรือ ผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด โดยมี “คุณเอื้อ” และ “คุณอำนวย” คอยช่วยเหลือ
"ตัวปลา" (Knowledge
Sharing-KS) หมายถึง
ส่วนกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ซึ่ง “คุณอำนวย” จะมีบทบาทมากในการช่วยกระตุ้นให้ “คุณกิจ” มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้
โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้นที่มีอยู่ในตัว “คุณกิจ” พร้อมอำนวยให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีม
ให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้ และเกิดนวัตกรรม
"หางปลา" (Knowledge
Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้” หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู้” ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
“ตัวปลา” ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ “หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจดบันทึก
เป็นการจดบันทึกความรู้ เทคนิค
เคล็ดลับในการทำงานที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ควรบันทึกในหลายรูปแบบ
ทั้งที่เป็นตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ผังมโนทัศน์ (Mind
Map) และรูปแบบอื่นๆ
ให้สมาชิกในองค์กรเข้าถึง เอาไปปรับใช้ได้ตลอดเวลา
และเก็บคลังความรู้เหล่านี้ในรูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information
and Communication Technology - ICT)
ที่มา : http://www.lib.su.ac.th/km/index.php/kmis