วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สรุปความรู้การนำเสนอในแต่ละกลุ่ม


บทเรียนสำหรับการปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลที่ 9

 ความเป็นมา

1.พ.ศ 2542 ได้มีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ที่ สกศ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติทำหน้าที่กำหนดนโยบายการศึกษาของชาติ
2.มีการปฏิรูปการศึกษาครั้งแรกในรัชกาลที่5 ปฏิรูป ครั้งที่2 ในช่วง พ.ศ. 2517-2521
3.ในช่วง พ.ศ.2517 สกศ. มอบหมายให้ ดร.ประยูร ศรีประสาธน์  ทำหน้าที่ดำเนินการศึกษาแนวทางการปฎิรูป

แนวทางดำเนินการปฏิรูปการศึกษา

1.สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในส่วนที่เป็นระบบและกระบวนการ   
การปฏิรูปการศึกษาและการจัดการศึกษาแนวใหม่ของไทยอยู่ในความรับผิดชอบของบุคคลที่ไว้ว่างใจเท่านั้น
2.เน้นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่ในท้องถิ่น คือ วัดและพระสงฆ์ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณที่นำมาใช้ลงทุนจัดการศึกษา    มีการออกประกาศห้ามเด็กเล่นการพนันและให้ครูออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้อง
3.ในสมัยรัชกาลที่5 จะให้ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง นักเรียน เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเล่าเรียน โดยรัฐจัดหาให้เฉพาะแบบเรียน    ดำเนินงานจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฏรทั่วไป

ปํญหาอุปสรรคในการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา

1.การให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา
2.ปัญหาเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางการศึกษา
3.ปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนผู้รู้ทางการศึกษา
4.ปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของประชาชนเกี่ยวกับการจัดการศึกษา

ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา
1.ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
2.ปัจจัยด้านการตื่นตัวของกลุ่มคนชั้นต่ำ
3.ปัจจัยด้านความพร้อมของบริบททางสังคมที่เอื้อต่อการปฏิรูปการศึกษา
4.ปัจจัยด้านการปรับแนวปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมของไทย

 บทเรียนสำหรับการปฏิรูปการศึกษาในรัชกาลที่9
1.ภาวะผู้นำ
2.การปฏิรูประบบสังคมควบคู่กับการปฏิรูปการศึกษา
3.การประชาสัมพันธ์และการแก้ความเข้าใจผิด
4.การให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา
5.การดำเนินการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง


สภาการศึกษา ชู 5  ข้อ  เสนอทำอย่างไรให้นักเรียนไทยมีคะแนน PISA  สูงขึ้น

        PISA  คือ ประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) เป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความรวมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) มีจุดประสงค์เพื่อสํารวจวาระบบการศึกษาของประเทศไดเตรียม เยาวชนของชาติให้พร้อมสําหรับการใช้ชีวิตและการมีสวนรวมในสังคมในอนาคตเพียงพอหรือไม จัดทำขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียน
โครงการ PISA  ประเทศไทยได้อยู่ในอันดับ  2  สาเหตุที่ทำให้นักเรียนมีคะแนนต่ำ  ดังนี้
       -นักเรียนมีรักการอ่าน
       -นักเรียนไม่คุ้นเคยกับข้อสอบการคิดวิเคราะห์
       -ขาดพื้นฐานของสาระการเรียนรู้
       -คุณภาพโรงเรียน
       -คุณภาพการสอนของครู 

การพัฒนาครูทั้งระบบ

             ปริมาณครูไม่ได้จบตามความสอดคล้องทางการศึกษาที่แ ท้จริง  ซึ่ง  10  ปีข้างหน้าครูเกษียณ 180,000  คน  จะมีการพัฒนาครูแห่งศตวรรษที่  21
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
      1. สถาบันอุดมศึกษา
      2.สภาคณบดีครู
      3.สำนักเลขาธิการคุรุสภา
      4.สำนักคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร
      5.สถาบันพัฒนาครู
      6.สำนักคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
      7.สถาบันส่งเสริมสถาบันวิทยาศาสตร์
      8.สำนักคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู
      9.สำนักวิชาการภาคเอกชนและสำนักพิมพ์ต่างๆ
ปฏิรูปครูทั้งระบบ
   1.หน่วยงานที่รับผิดชอบ
       -ดึงดูดคนเก่ง  คนดี  เข้าสู่สถาบันการผลิตครู
       -ควบคุมคุณภาพหลักสูตร
       -การพัฒนาเกณฑ์การเรียนจบการศึกษา
   2.การเตรียมความพร้อมในการเตรียมสอบเข้า
   3. หน่วยงานที่รับผิดชอบ  พัฒนาคววามรู้สมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง
   4. หน่วยงานที่รับผิดชอบ  พัฒนาระบบพัฒนาครู
   5. หน่วยงานที่รับผดชอบ  การรักษาครูดีเด่น  ให้อยู่ในสายวิชาชีพครู

การปฏิรูปครู     ประกอบด้วยนโยบาย 4 ด้าน

1.คัดเลือกคนเก่ง                                  
2.เตรียมความพร้อม
3.การพัฒนาความรู้ สมรรถภาพ              
4.การรักษาครูที่ดี

การพัฒนาและกระดับครูผู้สอน

-วิเคราะห์ข้อมูล            
-การร่วมมือ                
-การส่งเสริม

สภาการวิจัย

จุดประสงค์ เพื่อนำเสนอแลกเปลี่ยน เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการศึกษาตามเป้าหมาย
ลักษณะ งานวิจัยส่วนใหญ่นำไปใช้ในการแก้ปัญหา มีเนื้อหาหลักที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอนตามมติการพัฒนาผู้เรียน มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา
สื่อสารอย่างไรให้ปลอดภัย
ในโลกไอที มีองค์ประกอบสำคัญคือ คน,ข่าว
คน = แยกเป็น ผู้ส่งสาร และ ผู้รับสาร
ข่าว = สื่อสารกับผู้อื่น

ความก้าวหน้าของการประเมินผล

สาระสำคัญ การประชุมเป็นรายงาน มีประทศไทยเข้าร่วม 2โครงการ
ความก้าวหน้า สมาคม IBA กำลังเตรียมความพร้อม โดยวัดทักษะการอ่านของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทั่วโลก
คำถามง่ายๆของสังคมไทย
คอมพิวเตอร์ และ เท็บแล็ต
การใช้งานแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1.ใช้งานอยู่บ้าง          
2.พกเป็นบางครั้ง              
3.ใช้งานเป็นประจำ


กรอบแนวคิดการจัดการความรู้

วิกส์( 1993 ) แบ่งความรู้เป็น Credte ( สร้าง ) Manitest ( นำเสนอ ) Use ( ใช้งาน ) Tanster ( ถ่ายทอด )
กระบวนการ

1.กระบวนการแบ่งประเภทความรู้   2.วิเคราะห์องค์ความรู้และกิจกรรม
3.เตรียมนำเสนอ                      4.การประเมินความรู้ กิจกรรม
5.เผยแพร่ นำไปใช้

พรอบสท์ ( Probst ) รอบ ( Raub ) และฮาร์ด ( Pomlnavdt,2000 )

1.กำหนดความรู้ที่ต้องการ            2.การจัดการความรู้
3.สร้างและพัฒนาความรู้ใหม่        4.การแบ่งปันและการขยายความรู้
5.การใช้ความรู้                        6.จัดเก็บความรู้

เทอร์แบน ( Tuban ) และ เฟรนเซล ( Frencel )1992

1.สร้างองค์ความรู้                     2.จัดเก็บความรู้
3.นำเสนอ                             4.เผยแพร่ความรู้
5.ใช้งาน                               6.ประเมินความรู้



โนนากะ และ ทาเคชิ ( 1995 )

Taoit knowledge ความรู้ที่ซ้อนเร้น
Explicit knowledge ความรู้ที่เปิดเผย
ไลนอวิช และ เบคแมน  ได้เสนอกรอบแนวคิดในการจัดการความรู้ ดังนี้
1.Idenlification การกำหนดสิ่งที่อยากรู้  
2.Capture การแสวงหาความรู้
3.Select คัดแยกความรู้                  
4.Store จัดเก็บความรู้
5.Shane แบ่งปันแลกเปลี่ยน            
6.Apply นำไปประยุกต์ใช้
7.Create การเกิดองค์ความรู้
       

โอเดล เกรย์ซัน และ เอสเดส ( 1998 )

1.การกำหนดสิ่งสำคัญที่ทำให้องค์กรต้องทำให้สำเร็จ
2.ปัจจัยที่ทำให้องค์กรสามารถจัดการความรู้ได้อย่างมีประสิทธิผล
3.กระบวนการเปลี่ยนแปลง
การกำหนดสิ่งสำคัญที่องค์กรต้องทำให้สำเร็จ
1.วางแผน                
2.ออกแบบ
3.ปฏิบัติ                  
4.ขยายผล

โมเดลปลาทู ถูกคิดค้นโดย ประพนธ์ ผาสุกยืด

ส่วนหัว-ส่วนตัว = มองว่าจะไปทางไหน
ส่วนหาง = คลังความรู้
ส่วนกลาง = ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น